เริ่มด้วยขอบเขต ไม่ใช่เริ่มด้วยกล่อง
ก่อนเปิด Editor ให้เขียน Trigger หนึ่งประโยคและผลลัพธ์ที่ต้องการหนึ่งประโยค เช่น เริ่มเมื่อได้รับคำขอซื้อ และจบเมื่อออกใบสั่งซื้อหรือแจ้งเหตุผลที่ดำเนินการไม่ได้ ขอบเขตนี้ป้องกันไม่ให้ Flow ขยายไปทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ระบุผู้อ่านด้วย เพราะ Flow สำหรับผู้ขอซื้อควรเน้นสถานะและสิ่งที่ต้องส่ง ส่วน Flow สำหรับทีมการเงินอาจเน้นหลักฐาน วงเงิน และการควบคุม
วางเส้นทางปกติก่อนกรณียกเว้น
ลาก Start, Process ที่จำเป็น และ End ของกรณีสำเร็จก่อน เชื่อมลูกศรจากบนลงล่างหรือซ้ายไปขวาให้ทิศทางเดียวกัน เมื่อเส้นทางหลักอ่านได้จึงเพิ่ม Decision ตรงจุดที่ผลตรวจเปลี่ยนงานถัดไป
อย่าใช้ Decision แทนทุกคำถาม ถ้าคำตอบไม่ได้เปลี่ยนเส้นทาง ให้เก็บเป็น Checklist ใน Step จะลดสาขาที่ไม่จำเป็น
- สร้าง Start จาก Trigger
- เพิ่มกิจกรรมที่มีผลส่งมอบ
- เชื่อมถึง End ของกรณีสำเร็จ
- เพิ่มสาขาปฏิเสธ ส่งกลับ หรือ Escalate
เขียนชื่อสั้นและรายละเอียดที่ทำตามได้
ชื่อ Node ควรอ่านต่อกันเป็นเรื่อง เช่น ตรวจเอกสาร → ตรวจงบ → ขออนุมัติ ส่วน Markdown อธิบาย Input, เกณฑ์ผ่าน, ผลลัพธ์ และข้อควรระวัง ไม่ควรคัดลอกนโยบายทั้งฉบับลงทุก Node
ถ้ามีลิงก์ ให้ใช้ URL ที่ปลอดภัยและบอกปลายทางอย่างมีความหมาย ถ้ามีรูป ให้มี Alt Text ที่อธิบายว่าส่วนใดของหน้าจอเกี่ยวข้องกับขั้นนั้น
ทดสอบ Viewer และสำรองไฟล์
เปิด Step-by-Step Viewer แล้วลองกรณีปกติ กรณีข้อมูลไม่ครบ และกรณีถูกปฏิเสธ ตรวจว่าทุกคำตอบมีทางไปต่อและ Breadcrumb สื่อความหมาย เมื่อแก้ครบแล้วให้ Export JSON เพราะไฟล์นี้รักษา Node, Edge และ Markdown สำหรับกลับมาแก้ต่อ
ภาพ PNG หรือ SVG เหมาะกับการนำเสนอ แต่ไม่ควรเป็นสำเนาหลักของงาน เนื่องจากข้อมูลโครงสร้างและเนื้อหาราย Node แก้กลับจากภาพไม่ได้
- ใช้ JSON เป็นไฟล์สำรองที่แก้ต่อได้
- ใช้ SVG เมื่อต้องการภาพคมในเอกสาร
- ใช้ Public Viewer เมื่อผู้อ่านต้องเลือกเส้นทาง